บทที่ 2 ปีนเตียง 2
ทว่าผ่านไปเกือบสองชั่วยาม คุณชายผู้นั้นกลับไม่ปรากฏตัวและฝ่ายนางโชคไม่ดีพบกับบุรุษที่เป็นรักแรก เจิ้งเสี่ยวหยวนมากับสตรีที่เป็นหนามทิ่มแทงหัวใจไป๋ลู่เถียน ทั้งคู่หัวเราะอย่างมีความสุข ซุกซบและล้วงเข้าไปร่มผ้าของกันและกันราวกับว่าอยากอุ่นเตียงบนโต๊ะอาหาร
ภาพดังกล่าวทำให้ไป๋ลู่เถียนโกรธ ชิงชัง คิดแค้นอยากแก้เผ็ดคนพวกนั้น นางจึงหาวิธีสกปรกสักหน่อย ด้วยการใช้เงินเกือบสองตำลึงเงินจ้างสตรีนางหนึ่งให้ไปแสดงตัวว่าฝ่ายชายมีความสัมพันธ์ด้วย และไม่ยอมรับผิดชอบนาง!
การแสดงละครฉากใหญ่ดังกล่าวสร้างสีสันและทำให้หนุ่มสาวคู่นั้นเสียหน้าอยู่มิน้อย ซึ่งเพียงเท่านั้นไป๋ลู่เถียนก็อารมณ์ดี แต่นางหารู้ไม่ในเวลาต่อมา กลับถูกเฉินมี่ตลบหลังวางยากระตุ้นการเสียสาวในสุราที่ไป๋ลู่เถียนสั่งมาดื่ม
นอกจากนั้น ชายที่นัดพบก็ไม่มาตามนัดเสียดื้อ ๆ หญิงสาวจึงเหว่ว้า และรู้สึกหงุดหงิดใจ จึงดื่มสุราหนักไปหน่อย และพิษราคะก็ทำงานของมันจนร่างกายร้อนรุ่ม วิญญาณคล้ายจะหลุดออกจากร่าง และช่วงเวลาดังกล่าวเกิดบางอย่าง คล้ายว่าในร่างกายนี้ มีอีกหนึ่งความคิดเข้ามาครอบงำ
นับจากนั้น นางร้ายในนิยายก็มีอีกหนึ่งชีวิตคอยขีดเส้นทางใหม่ให้ก้าวไปข้างหน้า และผู้ที่มาชักใยไป๋ลู่เถียนคือ สตรีที่มาจากโลกอื่น ซึ่งพร้อมจะฟาดทุกตัวละครที่เคยทำให้ชาติก่อน นางต้องตายอย่างอนาถ!
เพื่อขจัดพิษ นางจึงปรารถนาจะตกเป็นของบุรุษสักคน
ท้ายที่สุดนางเปิดประตูเข้าห้องผิด และถึงจะผิด แต่หลังจากได้สานสบสายตากับบุรุษร่างสูงใหญ่ เรื่องต่อจากนั้นกลับกลายเป็นความตั้งใจของไป๋ลู่เถียนนับแต่แรกโดยแท้ ด้วยรู้ว่าเมื่อได้ขึ้นเตียงกับซือหม่าปัน ชีวิตสตรีแซ่ไป๋ ย่อมมีแต่จะพุ่งขึ้นที่สูง ได้ยืนอยู่เหนือผู้อื่น นางจะมีชีวิตดีงาม พร้อมอำนาจล้นเหลือในมือเพื่อสะสางบัญชีแค้นกับคนที่เคยทำร้ายนาง!!
มือใหญ่และนิ้วยาวแกร่ง แทรกอยู่ในกลีบหวานฉ่ำและติ่งเนื้อสยิว นางได้รับการสำรวจอย่างถึงใจ เขาบีบบี้จนนางสั่นผวา พร้อมส่งเสียงประท้วงอย่างอ่อนหวาน
“ทะ… ท่าน... ทำให้ข้าส่งเสียงน่าอับอายยิ่งนัก”
“เรียกพี่เฟิงสิ”
“มิได้ ข้าต่ำต้อย เป็นเพียงสตรีบ้านนอก จะกล้ากล่าวเช่นนั้นกับนายท่านได้เช่นไร”
“ไหน ลองเรียกว่า ‘บิดา’ ดีไหม”
ไป๋ลู่เถียนหัวเราะคิก และส่งสายตาหวานระยับให้เขา
“นายท่านยังหนุ่มแน่นโดยแท้ ผมไม่หงอกสักเส้น อีกทั้งกล้ามแน่น ส่วนนั้นก็สู้มือ สู้ปากข้า”
คราวนี้หญิงสาวทำให้เขาชอบใจ ที่ชายหนุ่มอยากให้นางเรียกว่า ‘บิดา’ เพราะเขาอายุมิน้อยแล้ว ส่วนนางคงเพิ่งพ้นวัยปักปิ่นมาไม่กี่ปี
“เอาเป็นว่า เรียกข้าว่า สามีชั่วคราว เช่นนี้ คงไม่ผิดต่อเจ้ากระมัง”
หญิงสาวหน้าแดงจัด นางขัดเขิน รู้สึกว่า ตนปรารถนาในร่างกายของบุรุษผู้นี้มากกว่าเดิมหลายเท่า
“ผู้น้อยหรือจะอาจเอื้อม ให้ท่านเป็นสามี”
“เด็กน้อย บุรุษกับสตรี ยามขึ้นขี่กันอย่างลึกซึ้ง คงไม่พ้นเป็นผัวเมียกัน แม้เจ้าอายปาก แต่สำหรับข้า หากพึงใจ ก็อยากเป็นผัวของเจ้า ทั้งยามอุ่นเตียง และอยู่ต่อหน้าผู้อื่น”
“โอ้ นายท่านคงดื่มหนักเป็นแน่ถึงได้พูดเรื่องผัว ๆ เมีย ๆ ไม่หยุด”
“อืม ใช่ ทั้งเมาเหล้า หากข้ายังเมารักหญิงงามด้วย เอาละ ขึ้นมาบนตัวข้าสิ แล้วหันบั้นท้ายเจ้ามาทางนี้ มะ มา...ข้าจะช่วย”
ปันเส้าเฟิงบอกนางพร้อมช่วยจัดท่าทางให้ ยามนี้ไป๋ลู่เถียนจึงทำท่าสุนัขอยู่บนกายแกร่งที่นอนราบไปกลับพื้น
กลีบฉ่ำแฉะจ่ออยู่ตรงหน้าเขา ส่วนริมฝีปากนางเผยออ้าเตรียมพิสูจน์ความหวานและแข็งแรงของแก่นกายที่มีเส้นเลือดปูดโปนตลอดลำ หัวมันวาวเป็นสีแดงเข้ม ทั้งบานใหญ่ราวกับดอกเห็ด ซึ่งผงกหัวไหวไปมาท้าทายสายตานางยิ่งนัก
“เมื่อเจ้าใช้ปากและลิ้นกับของรักข้าแล้ว รับรองว่า จะมีแต่ผู้อิจฉาที่เจ้าได้ชิมของดีที่สุดในใต้หล้านี้”
เขาบอก และแม้จะขัดเขินอยู่สักหน่อย ทว่าพอเขาแทรกลิ้นเข้าไปในแอ่งเนื้อนิ่ม แทงลึก ๆ ติดกันหลายหน สลับการดูดล้ำลึกอย่างไม่ปรานี ไป๋ลู่เถียนจึงจำต้องครอบริมฝีปากลงไปอมแก่นกายอุ่นจัดสุดลำ!
